10 อันดับ เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี กรองอากาศสะอาด 2026

10 อันดับ เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี กรองอากาศสะอาด 2026

Toshiba Air Purifier TAP-YD25FTH(W)

1. Toshiba Air Purifier TAP-YD25FTH(W)

  • ระบบฟอกอากาศแบบทอร์นาโด
  • ชุดกรองฝุ่น HEPA ดักจับฝุ่น 0.3 ไมครอน
  • เหมาะสำหรับห้องขนาด 24 ตร.ม
  • ทำงานเงียบ
  • มั่นใจในคุณภาพอากาศ
เครื่องฟอกอากาศ Bwell 10-30 ตรม. 6 ขั้นตอน

2. เครื่องฟอกอากาศ Bwell 10-30 ตรม. 6 ขั้นตอน

  • เหมาะสำหรับห้องขนาด 10-30 ตารางเมตร
  • มีระบบฟอกอากาศ 6 ขั้นตอน
  • มีแผ่นกรอง HEPA เกรด H-13 ที่สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กถึง 0.01 ไมครอน
  • สามารถฆ่าเชื้อไวรัสในอากาศได้
  • มีดีไซน์ทันสมัยและสวยงาม
Philips AC0650/10 เครื่องฟอกอากาศ Air Purifier

3. Philips AC0650/10 เครื่องฟอกอากาศ Air Purifier

  • ประสิทธิภาพในการกรองอนุภาคขนาดนาโน
  • สามารถกำจัดสารก่อภูมิเเพ้และไวรัส
  • ควบคุมด้วยแอปพลิเคชัน
  • แผ่นกรองอากาศฝุ่นละอองประสิทธิภาพสูง
  • ขนาดพอดีสำหรับห้องไม่เกิน 44 ตรม.
Worldtech เครื่องฟอกอากาศ Air Purifier รุ่น WT-P50

4. Worldtech เครื่องฟอกอากาศ Air Purifier รุ่น WT-P50

  • Worldtech เครื่องฟอกอากาศประจุลบ Air Purifier สำหรับห้องขนาด 40-50 ตารางเมตร
  • หน้าจอ LED ระบบสัมผัส ทัชสกรีน มีค่าสถานะอากาศบอก
  • ตัวกรอง HEPA Filter เกรด H11, กรอง 4 ชั้น HEPA ของแท้ และถ่านกัมมันต์ประสิทธิภาพสูง
  • สามารถดักจับฝุ่นที่มีอนุภาคเล็ก 0.3 ไมครอน (เล็กกว่าฝุ่น PM 2.5 ) ได้อย่างน้อย 99.97 %
  • กรองละอองเกสร ควันบุหรี่ กลิ่น PM 2.5 แบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส สารก่อภูมิแพ้ และสารอันตรายอื่นๆ ในอากาศได้
  • โหมดการทำงาน 3 แบบ: ออโต้ - เงียบ - กำหนดเอง
  • ฟอกอากาศให้ทุกห้องของคุณบริสุทธิ์ ด้วยอัตราการส่งผ่านอากาศบริสุทธิ์ 250 ลูกบาศก์เมตร ต่อ ชั่วโมง
Xiaomi Smart Air Purifier 4 Lite - รีวิวเครื่องฟอกอากาศ Xiaomi

5. Xiaomi Smart Air Purifier 4 Lite - รีวิวเครื่องฟอกอากาศ Xiaomi

  • เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ
  • มีรุ่นที่รับประกันศูนย์ไทย 1 ปี
  • ขนาดกระทัดรัด
  • เหมาะสำหรับใช้ในห้องขนาดเล็ก-กลาง
  • มีการกรองอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ
Levoit Core Mini Air Purifier

6. Levoit Core Mini Air Purifier

  • ขนาดห้องที่เหมาะสม: 17 ㎡ / 178 ft²
  • ระดับเสียง: 25-44dB
  • วัสดุระดับพรีเมียม สีเทาที่ทันสมัยและสีขาวคลาสสิกมารวมกัน เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่และมินิมอล
  • เครื่องกรองอากาศฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ 2x ต่อชั่วโมงในพื้นที่ 17 ㎡ เช่น โต๊ะเครื่องแป้ง ห้องนั่งเล่น สำนักงาน และห้องนอน
  • เลือกระหว่างความเร็วพัดลมระดับ I, II และ III ด้วยปุ่มเดียว
  • การกรอง 3 ขั้นตอนเพื่อให้แน่ใจว่าพื้นที่ของคุณปราศจากละอองฝุ่นในอากาศ
  • รับประกันศูนย์ 2 ปี
Airdog X5Pro (D) เครื่องฟอกอากาศ PM2.5

7. Airdog X5Pro (D) เครื่องฟอกอากาศ PM2.5

  • กำจัดฝุ่น PM2.5 อย่างมีประสิทธิภาพ
  • สามารถขจัดขนสัตว์และเชื้อไวรัสได้
  • เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาด 65 ตร.ม.
  • ใช้พลังงานเพียง 55W เท่านั้น
  • มีการประกันจากร้านค้าถึง 12 เดือน
Levoit Core 600S Air Purifier รีวิว ดีที่สุด

8. Levoit Core 600S Air Purifier รีวิว ดีที่สุด

  • CADR697m³/h ครอบคลุมห้องขนาดใหญ่ถึง147㎡
  • การกรองแบบ 3 ขั้นตอน
  • ด้วยเทคโนโลยีแผ่นกรองอนุภาคที่มีประสิทธิภาพสูง
  • เหมาะสำหรับบ้านหรือสำนักงาน
  • ออกแบบสวยงามและทันสมัย
เครื่องฟอกอากาศ KASHIWA IM-004 กรองฝุ่น PM2.5 รีวิว

9. เครื่องฟอกอากาศ KASHIWA IM-004 กรองฝุ่น PM2.5 รีวิว

  • กรองฝุ่น PM2.5 ได้ดี
  • มีไส้กรอง H12 ช่วยลดฝุ่นและมลพิษในอากาศ
  • ออกแบบเพื่อสุขภาพของทางเดินหายใจ
  • ปรับความเร็วพัดลมได้หลากหลายระดับ
  • ดีไซน์สวยงามและใช้งานง่าย
IMARFLEX เครื่องฟอกอากาศ สีทูโทน รุ่น F-C042R

10. IMARFLEX เครื่องฟอกอากาศ สีทูโทน รุ่น F-C042R

  • ฟอกอากาศ PM 2.5 ได้
  • มาตรฐานอุตสาหกรรมมอก.1516-2549
  • รับประกันสินค้า 2 ปี
  • มีชุดฟิลเตอร์ 1 ชุด
  • ส่งจาก จังหวัดกรุงเทพมหานคร

วิธีเลือกซื้อ เครื่องฟอกอากาศ

เครื่องฟอกอากาศเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยขจัดสิ่งแปลกปลอมและมลพิษต่างๆ ในอากาศ ในปัจจุบันมีเครื่องฟอกอากาศหลากหลายรุ่นให้เลือกซื้อตามความต้องการและงบประมาณ การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศจึงควรพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้
1. พื้นที่ใช้สอย
พื้นที่ใช้สอยเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ต้องพิจารณา โดยควรเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีกำลังการฟอกอากาศเพียงพอกับพื้นที่ใช้งาน เช่น
  • พื้นที่ใช้สอย 10-20 ตารางเมตร : เลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีกำลังการฟอกอากาศ 100-200 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • พื้นที่ใช้สอย 20-30 ตารางเมตร : เลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีกำลังการฟอกอากาศ 200-300 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • พื้นที่ใช้สอย 30 ตารางเมตรขึ้นไป : เลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีกำลังการฟอกอากาศ 300 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป
2. ประสิทธิภาพการกรองอากาศ
ประสิทธิภาพการกรองอากาศเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ต้องพิจารณา โดยควรเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพการกรองอากาศสูง เพื่อให้สามารถดักจับสิ่งแปลกปลอมและมลพิษต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • มาตรฐาน HEPA : มาตรฐานการกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน
  • มาตรฐาน CADR : มาตรฐานการวัดประสิทธิภาพการฟอกอากาศของห้องปิดที่มีขนาด 12x12x8 ฟุต
3. ประเภทของไส้กรองอากาศ
ไส้กรองอากาศเป็นหัวใจหลักของเครื่องฟอกอากาศ โดยควรเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีไส้กรองอากาศคุณภาพดี เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานยาวนาน
  • ไส้กรอง HEPA : ไส้กรองอากาศมาตรฐานที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน
  • ไส้กรองคาร์บอน : ไส้กรองอากาศที่ช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์
  • ไส้กรองไอออนลบ : ไส้กรองอากาศที่ช่วยดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กและเชื้อโรค
4. คุณสมบัติอื่นๆ
นอกจากปัจจัยหลักๆ ข้างต้นแล้ว ยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ของเครื่องฟอกอากาศที่ควรพิจารณา เช่น ระบบการทำงาน : เครื่องฟอกอากาศมีระบบการทำงานที่แตกต่างกัน เช่น ระบบฟอกอากาศแบบแผ่นกรอง ระบบฟอกอากาศแบบไอออน ระบบฟอกอากาศแบบพลาสม่า เสียงรบกวน : เครื่องฟอกอากาศที่มีเสียงรบกวนต่ำจะช่วยให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ระบบควบคุม : เครื่องฟอกอากาศที่มีระบบควบคุมที่ใช้งานง่ายจะช่วยให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก การรับประกัน : เครื่องฟอกอากาศควรมีประกันที่ครอบคลุมความเสียหายต่างๆ
เคล็ดลับในการเลือกซื้อ เครื่องฟอกอากาศ
พิจารณาจากความต้องการและการใช้งานของคุณเป็นหลัก เปรียบเทียบราคาและคุณสมบัติของเครื่องฟอกอากาศจากหลายยี่ห้อ อ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริงเพื่อประกอบการตัดสินใจ
คำแนะนำเพิ่มเติม
นอกจากปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศควรพิจารณาจากสถานที่ติดตั้งด้วย เนื่องจากสถานที่ติดตั้งที่แตกต่างกันอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องฟอกอากาศ เช่น สถานที่ติดตั้งมีฝุ่นละอองมากหรือไม่ สถานที่ติดตั้งมีกลิ่นไม่พึงประสงค์มากหรือไม่ นอกจากนี้ ควรเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศจากร้านค้าที่เชื่อถือได้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าได้รับสินค้าแท้และได้รับการรับประกันที่ครอบคลุมความเสียหายต่างๆ